ค้นหาบล็อกนี้

วันอังคารที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

อัตรายจากการฉีดฟีลเลอร์

การฉีดฟีลเลอร์ หรือสารเติมเต็ม เป็นที่นิยมไปรับบริการกันมากขึ้น เพราะเห็นผลทันทีหลังฉีด จมูกโด่งเลย ร่องแก้มหายเลย เรียกได้ว่า สวยทันที หล่อทันที




จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุ ผลข้างเคียงจากการฉีดฟีลเลอร์มากขึ้นเรื่อยๆ ดั่งที่ได้พบตามข่าว ซึ่ง ตาบอด คืออุบัติเหตุที่ร้ายแรงที่สุด








ปัจจุบัน วารสารทางการแพทย์มีรายงานเกี่ยวกับอุบัติเหตุตาบอดภายหลังฉีดฟีลเลอร์เพิ่มขึ้น เป็นจำนวนมาก

http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/?term=Filler+blindness




สรุปรายงานจากต่างประเทศ รวบรวมเคสที่เกิดอุบัติเหตุทางตา ภายหลังการฉีดฟีลเลอร์ มากถึง 98 ราย !!!!!






มีอาการพิการทางสมองหลายราย และเสียชีวิต 1 ราย !!!!!!!!!


และในประเทศไทย พบผู้ป่วยที่ตาบอด ภายหลังการฉีดฟีลเลอร์แล้วหลายราย แต่ยังไม่มีการรวบรวมเขียนเป็นรายงาน

แพทยสภา ควรจะรวบรวมเคสมาแจ้งรายละเอียดให้ประชาชนทราบ

ฉีดฟีลเลอร์ ทำไมถึงตาบอด ???? ตาบอดทันทีไหม ??? ถ้าฉีดไปนานแล้วจะตามบอดทีหลังได้ไหม ?? คุ้มความเสี่ยงไหม ??

ผลข้างเคียงจากการฉีดฟีลเลอร์ที่ทุกคนควรรู้ไว้ และเฝ้าระวัง มีอะไรบ้าง เพื่อการรักษาได้ทันท่วงที



ฟีลเลอร์ ( Filler ) คืออะไร ?


ฟีลเลอร์ Filler มาจากคำว่า Fill ที่แปลว่า เติม ดังนั้น ฟีลเลอร์ คือ สารเติมเต็ม

นำมาใช้เพื่อการเติมเต็ม แก้ไขบริเวณที่ยุบตัวลง เป็นร่อง เช่น ร่องแก้ม ร่องมุมปาก






หรือ ใช้เสริมสร้าง เช่น เติมบริเวณจมูก เติมคาง เติมใต้ตา เติมแก้มส้ม เติมปาก เติมหน้าผาก




จมูก






หน้าผาก




ซึ่งสารที่จะเอามาฉีดเป็นสารเติมเต็ม นึกภาพก็จะคล้ายๆเทียน คือ ตอนฉีด มีลักษณะเป็นของเหลว เมื่อฉีดเข้าไปแล้วจะแข็งตัวขึ้นเป็นรูป




แบ่งเป็น สารเติมเต็มที่สลายได้ ได้แก่สารไฮยาลูโรนิก ( Hyaluronic acid หรือ HA) แคลเซียมไฮดรอกซีอปาไทด์ (Calcium hydroxyapatite ) , คอลลาเจน (ฺBovine collagen ) ซึ่งระยะเวลาที่ฟีลเลอร์จะคงรูปอยู่ก่อนสลายก็จะแตกต่างกัน ตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 18เดือน แล้วแต่ชนิดของสารที่ฉีด

และสารเติมประเภทสลายไม่ได้ เช่น ซิลิโคน พาราฟิน และอื่นๆ สารเหล่านี้จะอยู่ในชั้นผิวตลอดไป




นอกจากนี้ อาจหมายรวมถึงการฉีด ไขมันตัวเอง ( Autologous Fat ) เข้าไปเติมเต็ม ก็มีความนิยมเช่นกัน


ซึ่ง ในประเทศไทย องค์การอาหารและยา อนุญาตให้ใช้เฉพาะสารเติมเต็มที่สลายได้ ชนิด Hyaluronic acid หรือ HA เท่านั้น เนื่องจากมียาที่สามารถนำมาฉีดสลาย HA ได้หมดทันที




ปัจจุบัน HA filler มี ผ่านอย.หลายยี่ห้อ

สามารถเข้า Link ของอย. http://fdaolap.fda.moph.go.th/logistics/drgdrug/DSerch.asp ตรวจสอบค้นหา ชื่อสาร ว่า "hya" ได้ ก็จะขึ้นชื่อ ฟีลเลอร์ที่ผ่านอย.ของไทย

เช่น




Restylane









Juvederm







ซึ่งในแต่ละยี่ห้อ จะมีหลาย Product ขึ้นกับคุณสมบัติ เช่นความแข็งตัว ระยะเวลาการคงตัว จะแตกต่างกันตามบริเวณที่ต้องการเติม

รายละเอียดในส่วนนี้ขอข้ามไปก่อน
ยาที่สลายฟีลเลอร์ เรียกว่า Hyaluronidase สามารถสลายฟีลเลอร์เฉพาะชนิด HA ได้หมด

สาเหตุที่ทำให้ตาบอด นั้น เกิดจากการที่ จอประสาทตา ขาดเลือดไปเลี้ยง

ซึ่งจากภาพแสดงให้เห็นเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงตา จะมีการเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายรอบตา





คำถามคือ ฉีดฟีลเลอร์ ที่จมูก / ฉีดที่ร่องแก้ม / ฉีดที่หน้าผาก ไกลจากตา ทำไมถึงตาบอด










จากภาพแสดงให้เห็นถึงโยงข่ายของเส้นเลือด ที่เชื่อมต่อถึงกัน ตั้งแต่จากด้านล่างของใบหน้า ขึ้นมาที่มุมปาก ร่องแก้ม ไปที่จมูก และไปที่ตา

และจากหน้าผาก เชื่อมมาที่ตา








ดังนั้น เมื่อเกิดอุบัติเหตุ ที่ฟีลเลอร์ เข้าไปในเส้นเลือดใดๆก็ตาม ก็สามารถวิ่งเข้าสู่จอประสาทตาในที่สุด

ภาพตัวอย่าง เอกเรย์คอมพิวเตอร์เส้นเลือดบริเวณหน้า









ตัวอย่างจาก วารสารจากประเทศจีน กล่าวถึงอุบัติเหตุการไปอุดเส้นเลือดในตา ภาพหลังจากการฉีดฟีลเลอร์ประเภท Autologous Fat ( ฉีดไขมัน) , คอลลาเจน และ สาร ไฮยาลูโรนิค ใน 13เคส โดยบริเวณที่ฉีด ได้แก่ หน้าผาก รอบตา ขมับ จมูก และ ร่องแก้มข้างจมูก

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้




Fundus artery occlusion caused by cosmetic facial injections




Chen Yanyun, Wang Wenying, Li Jipeng, Yu Yajie, Li Lin and Lu Ning




ภาพ ที่ 1 แสดงให้เห็นจอประสาทตา ที่ขาดเลือดไปเลี้ยง บริเวณกลางจอประสาทตา (สีซีดๆเหลือง) 1B คือ ภาพจอประสาทตาหลังจากเกิดเหตุ 1 เดือน พบว่าจอประสาทตาเสียไปทั้งหมด เป็นแผลเป็น ทำให้ตาบอดถาวร









เทียบกับจอประสาทตาปกติ วงส่วนกลางจอประสาทตา เรียกว่า Macula เป็นส่วนที่มีเซลล์รับแสง จำเป็นต่อการมองเห็น











นอกจากนี้แล้ว จากภาพ หมายเลข 5 และ 6 ด้านบน จะเห็นแผลบริเวณผิวหนัง เป็นแผลที่เกิดจากการที่ผิวหนังบริเวณที่ฉีดฟีลเลอร์เข้าอุดเส้นเลือด เกิดการขาดเลือด จนเนื้อตาย







ล่าสุด มีการรวบรวมเคส จากวารสารต่างๆ พบว่า มีเคสที่มีปัญหาตาบอดหลังจากฉีดฟีลเลอร์ สูงถึง 98 เคส และเกือบทุกราย ไม่สามารถกลับมามองเห็นได้อีก




Avoiding and Treating Blindness From Fillers: A Review of the World Literature

Beleznay, Katie MD, FRCPC, FAAD*; Carruthers, Jean D. A. MD, FRCSC, FRC (OPHTH), FASOPRS†; Humphrey, Shannon MD, FRCPC, FAAD*; Jones, Derek MD‡,§




[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้




จากภาพ คือ บริเวณที่ผู้ป่วยฉีดฟีลเลอร์ ก่อนที่จะมีอุบัติเหตุตาบอดเกิดขึ้น






ได้แก่ บริเวณหว่างคิ้ว ( Glabella) 38 ราย

บริเวณจมูก 25 ราย

บริเวณร่องแก้ม (nasolabial fold) 13 ราย

บริเวณหน้าผาก 12 ราย

บริเวณรอบตา 6 ราย

บริเวณขมับ 5 ราย

บริเวณแก้ม 5 ราย

อื่นๆได้แก่ การฉีดบริเวณหนังตา (4 ราย ) ริมฝีปาก (3 ราย) และ คาง (1 ราย)

โดยสารที่ใช้ฉีด ที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงที่สุด คือ การฉีดไขมัน ( Fat) ตามมาด้วย HA และ คอลลาเจน ตามลำดับ











นอกจากนี้แล้ว พบว่า 23 case ที่พบว่า มีความผิดปกติของสมองร่วมด้วย ได้แก่ อาการสมองขาดเลือด

และมี 1 case เสียชีวิต หลังจากมีอาการ โคม่า

ตัวอย่างการรายงานจากวารสาร ที่ผู้ป่วย มีอาการตาบอด และสมองขาดเลือด ภาพหลังจากการฉีดฟีลเลอร์ประเภท HA บริเวณจมูก

Severe visual loss and cerebral infarction after injection of hyaluronic acid gel.








(ภาพตาขวาที่ผิดปกติ และมีผิวหนังบริเวณจมูกสีม่วง แสดงถึงภาวะขาดเลือด)


ต่อมา อาจจะมีคนสงสัยว่า ในเมื่อเรารู้ว่า เส้นเลือดวางตัว อยู่ตามภาพ ทำไมไม่สามารถหลีกเลี่ยงไม่ให้เข้าไปโดนเส้นเลือดได้ 100% หรือ











คำตอบคือ เราไม่มีทางรู้ 100% ว่าเส้นเลือดของคนนั้นๆ อยู่ที่ได้แน่ มีการเชื่อมโยง มีแขนง อย่างไร เพราะมนุษย์เรามีความแตกต่างกัน

จากภาพมีการศึกษาพบว่า เส้นเลือดหลัก ที่เชื่อมโยงไปยังตานั้น มีลักษณะแตกต่างกันได้หลายแบบ

ดังนั้น ถึงแม้แพทย์จะเชี่ยวชาญแค่ไหน ก็ไม่มีการันตีได้ว่า จะฉีดไปโดนเส้นเลือดหรือไม่

เพราะเส้นเลือด อยู่ใต้ผิวหนัง เรามองไม่เห็น

นอกเหนือจาก อุบัติเหตุที่ร้ายแรงที่สุดหลังการฉีดฟีลเลอร์ คือ ตาบอด และสมองขาดเลือด ข้างต้น

กรณีที่ฟีลเลอร์ไม่ได้อุดตันเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงตา ฟีลเลอร์สามารถอุดเส้นเลือดบริเวณอื่นๆ ได้ทั้งหมด

ซึ่งจะทำให้เกิดผิวหนังขาดเลือดไปเลี้ยง ทำให้เกิดเนื้อตาย เป็นแผล และเหลือเป็นแผลเป็น













โดยอาการและอาการแสดงของการอุดตันเส้นเลือดแดง ได้แก่

- ผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บ ปวด หลังจากที่ฉีดฟีลเลอร์เสร็จไปแล้ว

- ผิวหนังบริเวณที่ฉีด จะมีสีซีด ในช่วงแรก ต่อมา จะเริ่มแดงม่วง

เมื่อทิ้งไว้นานขึ้น จะกลายเป็นเนื้อตายสีดำ มีตุ่มหนอง และมีแผล







ซึ่งถ้ากรณีที่คนไข้ และแพทย์ รับทราบปัญหาได้ไว โดยที่ปัญหาเกิดตามหลังการฉีดฟีลเลอร์ประเภท HA

จะสามารถแก้ไขโดยการฉีดยาสลาย ที่เรียกว่า Hyaluronidase จะทำให้ลดโอกาสการเกิดเนื้อตายและลดการเกิดแผลเป็นได้






จากภาพ สังเกตได้ว่า ผิวหนังบริเวณหน้าด้านขวาของผู้ป่วย บริเวณจมูก และบริเวณปากมีสีออกม่วง ซึ่งแสดงถึงภาวะขาดเลือด

ผู้ป่วยรายนี้ได้รับการรักษา ด้วยการฉีดยาสลาย HA ในวันต่อมา ทำให้อาการไม่ลุกลาม และดีขึ้นเรื่อยๆ




สำหรับผลข้างเคียงอื่นๆ ภาพหลังการฉีดฟีลเลอร์ ที่ไม่ร้ายแรงเท่าการฉีดเข้าไปอุดเส้นเลือด มีอีกหลายอย่าง



โดยผลข้างเคียง แบ่งเป็น
1. ผลข้างเคียงที่เกิดหลังจากฉีดฟีลเลอร์ไม่นาน ( Early complication )
- อาการแดง
- อาการบวม
- อาการช้ำ
- การปูดเป็นก้อน
- ผิวหนังซีดหรือเปลี่ยนสี
- ผิวหนังขาดเลือดตาย
- การติดเชื้อ


2. ผลข้างเคียงที่พบหลังจากการฉีดฟีลเลอร์ในช่วงเวลาที่นานขึ้น ( Late complication )
- การเป็นก้อนแกรนูโลม่า ( Granuloma ) จากปฏิกริยาที่ผิวหนังทำกับฟีลเลอร์ ห่อหุ้มกลายเป็นก้อนถาวร
- การเคลื่อนของฟีลเลอร์
- การเกิดแผลเป็นนูน
- การเกิดเส้นเลือดฝอยผิดปกติบริเวณที่ฉีด
- ผิวหนังผิดปกติ
- การติดเชื้อ


ซึ่ง ผลข้างเคียง ต่างๆ สามารถทำการแก้ไข้ รักษาได้

โดยถ้าได้รับการรักษารวดเร็ว ก็จะมีอาการที่ดีขึ้น และหายขาดได้


ดังนั้นเมื่อทุกคนไปทำการฉีดฟีลเลอร์มาแล้ว ควรจะต้องสังเกตอาการตัวเองให้ดี ถ้ามีอาการผิดปกติ ต้องไปรีบพบแพทย์ที่ทำการฉีดฟีลเลอร์ให้เร็วที่สุด เพราะถ้ามีผลข้างเคียงสิ่งใดร้ายแรง โดยเฉพาะการอุดตันเส้นเลือด จะได้รับทำการแก้ไข

และสิ่งสำคัญอีกสิ่งคือ ถ้าจะฉีดฟีลเลอร์ ควรจะฉีดเฉพาะที่เป็นสาร HA ที่มียาสลายได้เท่านั้น
เพราะเมื่อมีอุบัติเหตุ ผลข้างเคียงต่างๆเกิดขึ้น จะได้ทำการฉีดสลายสาร HA ออกไปได้หมดในทันที

สำหรับการใช้ฟีลเลอร์ชนิดอื่น หรือไขมันตัวเองเป็นฟีลเลอร์นั้น ถึงแม้ว่าจะสลายไปได้ แต่ต้องใช้เวลาในการสลายตัวเองหลายเดือน ไม่มียาไปสลายสารนั้น
ซึ่งเมื่อเกิดอุบัติเหตุ เช่น การอุดตันเส้นเลือด ผิวหนัง และตา ไม่สามารถรอให้เกิดภาวะขาดเลือดได้นาน จึงเป็นความเสี่ยงสูงมาก


การป้องกันการเกิดอุบัติเหตุจากการฉีดฟีลเลอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การอุดตันเส้นเลือด

1. หลีกเลี่ยงการฉีดฟีลเลอร์

ปัจจุบันมีเทคโนโลยีหลายอย่าง ที่ช่วยในการลดริ้วรอย ทำให้ร่องลึกดีขึ้นได้ โดยไม่ต้องฉีดฟีลเลอร์ เช่นการทำเลเซอร์ การใช้คลื่นความถี่วิทยุ และคลื่นอัลตราซาวด์ในการกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิว เพื่อการกระชับผิวหน้า

แม้ว่าวิธีเหล่านี้ จะไม่สามารถแก้ไขร่องลึกได้ 100% แต่ความเสี่ยงและผลข้างเคียงจะต่ำกว่า


2. หลีกเลี่ยงหรือ งดฉีดฟีลเลอร์ บริเวณที่มีความเสี่ยงสูง

จากรายงานที่เกิดตาบอดหลังจากฉีดฟีลเลอร์ บริเวณที่เสี่ยงมากได้แก่ หน้าผาก หว่างคิ้ว จมูก ร่องแก้ม ขมับ และรอบดวงตา



3. ฉีดฟีลเลอร์ชนิดที่เป็น HA ที่สลายได้ และมียาสลาย โดยเลือกใช้ยี่ห้อชนิดที่ผ่านมาตรฐานองค์การอาหารและยาเท่านั้น

เพราะเมื่อเกิดอุบัติเหตุเกิดขึ้น จะได้ทำการฉีดยาสลาย ( Hyaluronidase ) ได้ ลดการเกิดผลร้ายแรงในระยะยาว


4. เลือกสถานประกอบการที่มีความพร้อม ทั้งแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์สูง , เลือกฉีดในโรงพยาบาลที่มีความพร้อม มียาสลายฟีลเลอร์ และมีอุปกรณ์พร้อมในการรักษาผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้น

ในปัจจุบัน ได้มีคำแนะนำให้ใช้การฉีดโดยใช้เข็มทู่ เรียกว่า เข็มบลันท์ ( Blunt canula)





โดยมีแนวคิดที่ว่า เข็มทู่ จะไม่ไปเจาะเส้นเลือดให้ฉีดขาด จนทำให้ฟีลเลอร์เข้าไปในเส้นเลือด


แต่อย่างไรก็ดีพบว่า รายงานเคสที่ตาบอด ก็มีการใช้เทคนิคการฉีดด้วย เข็มทู่ เช่นกัน รวมถึงแพทย์ผู้ทำการฉีดในหลายเคส ก็เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ ก็สามารถเกิดอุบัติเหตุได้

จึงไม่ใช่การป้องกันได้ 100%


5. เมื่อผู้ถูกฉีดฟีลเลอร์ มีอาการผิดปกติใดๆ ต้องรีบแจ้งแพทย์ผู้ทำการฉีดทันที
เช่น
- ปวด เจ็บมาก บริเวณที่ฉีด ขณะที่ทำการฉีด
- ปวดศีรษะ ตามัว เห็นภาพซ้อน คลื่นไส้ อาเจียน

รวมถึงต้องสังเกตอาการภายหลังจากฉีดฟีลเลอร์ไปแล้ว
เช่น
- สังเกตสีผิวบริเวณที่ฉีด ถ้าสีเปลี่ยนแปลง คล้ำม่วงมากขึ้น หรือสีแดงผิดปกติ
- มีตุ่มหนอง ก้อนนูน บริเวณที่ฉีด

ควรกลับไปให้แพทย์ผู้ฉีดดูอาการทันที และถึงแม้ว่า ถ้าให้แพทย์ดูในครั้งแรกแล้วแพทย์แจ้งว่าปกติ ผู้ที่ถูกฉีดฟีลเลอร์ยังจะต้องสังเกตอาการและความเปลี่ยนแปลงของอาการต่อไปอีก ถ้าอาการไม่ดีขึ้น หรืออาการเปลี่ยนแปลงแย่ลง ต้องรีบไปพบแพทย์ซ้ำ

เพราะบางอาการ เช่น อาการขาดเลือด จากการที่ฟีลเลอร์ไปกดทับเส้นเลือดดำ ในช่วงแรกจะยังไม่มีอาการแสดงในทันที (ถ้าฟีลเลอร์อุดตันเส้นเลือดแดง จะมีอาการในทันที) แต่เมื่อเวลาผ่านไป 1-3 วัน จะเริ่มมาอาการที่ผิวหนังบริเวณนั้นๆขาดเลือดได้ , การติดเชื้อ จะพบว่ามีก้อน บวมเจ็บ ตามหลังจากการฉีด 3-7 วัน เป็นต้น




สุดท้ายนี้ ขอสรุปว่า ผลข้างเคียงต่างๆจากฟีลเลอร์ ไม่ได้เกินขึ้นบ่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอุดตันเส้นเลือด ที่ทำให้เนื้อตายหรือตาบอด
แต่ทุกคนควรจะทราบไว้ และพิจารณาว่า เราจำเป็นที่จะต้องเสี่ยงฉีดฟีลเลอร์หรือไม่



รีวิว review Ultherapy vs Thermage vs Botox  ราคา youtube ยูทูป เอาเทร่า กับ เทอร์มาส อันไหนได้ผลกว่ากัน , เอาเทร่า กับ เทอร์มาส อันไหนดีกว่ากัน ,  เอาเทร่า กับ เทอร์มาส ทำอันไหนดี , อัลเทร่า กับ เทอร์มาส อันไหนแพงกว่ากัน , ได้ผลไหม แนะนำ ช่วยเลือก ที , เอาเทร่า หรือ  เทอร์มาส อันไหน ดี ดีกว่ากัน ได้ผลกว่ากัน , อยู่ได้นานกว่ากัน , ใหม่กว่ากัน , นิยมมากกว่ากัน , นิยมมากกว่ากัน ,อเมริกา อังกฤษ เกาหลี เยอรมัน อันไหนดีกว่ากัน korea UK england america USA เอาเทร่า เทอร์มาส โบทอกซ์ ร้อยไหม อันไหนดีกว่ากัน อันไหนเจ็บกว่ากัน อันไหนได้ผลกว่ากัน ,  เทอร์มาร์ท เอาเทร่าแบบไม่เจ็บ , ร้อยไหมดีไหม ผลข้งเคียงการร้อยไหม , ร้อยไหมไขความจริง อันตรายไหม อันไหนปลอดภัยกว่ากัน เอาเทร่า เอาเธร่า soft ulthera no pain เจ็บไหม อันไหนเจ็บกว่ากัน อันไหนราคา เเพง ถูกกว่ากัน เอาเทร่า ไม่ได้ผล , ทำซ้ำ เทอร์มาร์ท เก่า Thermage รุ่นใหม่ ,  เทอร์มาร์ส ดีจริงหรือ ผ่าน อย. ไหม อันไหนได้ผลมากกว่ากัน อันไหนอยู่นานมากกว่ากัน อะไรดีกว่ากัน ทำที่ไหนดี , ทำ เอาเทร่า ที่ไหนดี เอาเทร่า รุ่นใหม่ เทอร์มาร์ส รุ่นใหม่ ผลข้างเคียง เทอร์มาส , หน้าไหม้ ไม่ได้ผล หน้าบวม ทำอย่างไรดี ร้อยไหมแบบใหม่ หลอกลวง ดีจริงหรือ เทอร์มาจ หรือ อัลเทอรร่า  แบบไม่เจ็บ รุ่นใหม่ ไม่เจ็บ เจ็บมาก , Thermage v.s. Ulthera เทอร์มาส หรือ เอาเทร่า อันไหน ดีกว่ากัน ? , เครื่องไหนดีกว่ากัน  , ราคาแพงกว่ากัน , ประสิทธิภาพ ดีกว่ากัน ได้ผลมากกว่ากัน , ยังไง อะไร ถูกกว่ากัน ราคา ราคา

ทายนิสัยจากปาก






การทายลักษณะของอวัยวะในร่างกาย ไม่ใช่มีเฉพาะแถวบ้านเราในเอเชีย ฝรั่งก็มีศาสตร์นี้กันด้วยนะ ลองมาดูกันว่าริมฝีปากที่แตกต่างกันนอกจากจะสวยต่างกันแล้ว ยังบอกอะไรเกี่ยวกับเจ้าของริมฝีปากสวยนั้นได้อีกด้วย





แบบที่ 1 ปากคว่ำ สาวผู้กล้าหาญสาว ๆ ที่มีริมฝีปากคว่ำลง แทนที่จะมีมุมปากยกขึ้นเหมือนคนอื่น ใครมีปากแบบนี้คุณช่างเก่งกล้านักรู้ไว้เลย



แบบที่ 2 ริมฝีปากยู่เข้ามา หญิงสาวผู้เต็มไปด้วยความหวังเรียกว่าเป็นปากจู๋ก็ไม่ใช่ ลองดูลักษณะริมฝีปากที่ยู่เข้ามา เจ่อนิด ๆ ถ้าคุณมีปากแบบนี้ คุณคือหญิงสาวผู้เต็มไปด้วยความหวัง และมักตระเตรียมการให้พร้อมอยู่เสมอค่ะ




แบบที่ 3 ริมฝีปากไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป สาวผู้ไม่ติดหนึบกับแฟนริมฝีปากไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป และคิวปิดไม่ได้เด่นชัดมาก คุณคือหญิงสาวผู้ไม่ชอบอาการติดแฟน และจะเบื่อกับการเข้ามาก้าวก่ายชีวิตส่วนตัว คุณแมนมากเลยนะเนี่ย




แบบที่ 4 ริมฝีปากบนใหญ่กว่า หญิงสาวผู้ใส่ใจคนอื่นถ้าริมฝีปากของคุณใหญ่กว่าริมฝีปากล่างอย่างเห็นได้ชัด คุณคือหญิงสาวผู้แคร์ความรู้สึกของคนรอบข้างอยู่เสมอเลย




แบบที่ 5 ปากล่างหนา สาวปากห้อยผู้มีความสุขกับชีวิตที่โดนล้อว่าปากห้อยนั้นคือริมฝีปากล่างเผอิญหนากว่าริมฝีปากบนเยอะหน่อยใช่ไหมล่ะ แบบนี้แปลว่าคุณคือหญิงสาวผู้ชอบถูกเอาอกเอาใจ และขณะเดียวกันก็รักความสุขในการใช้ชีวิตด้วยไลฟ์สไตล์ของคุณเองด้วย




แบบที่ 6 ริมฝีปากเต็มอิ่มทั้งบนล่าง แม่ก็คือแม่คุณคือหญิงสาวริมฝีปากเต็มอิ่มสวย ผู้ชอบดูแลคนอื่น ให้คนอื่นสบายและมีความสุขก่อน แล้วค่อยถึงตาตัวเอง เป็นลักษณะของคนเป็นแม่เลยทีเดียว คุณรักการสร้างความสัมพันธ์ดี ๆ กับผู้คนรอบข้างด้วยนะ ดีไปหมดเลยนะเนี่ย




แบบที่ 7 ริมฝีปากบาง ฉันอยู่คนเดียวได้สบายหญิงสาวผู้มีริมฝีปากบนและล่างบางเฉียบ คุณโอเคนะที่จะอยู่คนเดียว มีอะไรให้ทำตั้งมากมาย ไม่เหงาเลยสักนิด สบายมาก




แบบที่ 8 ริมฝีปากเป็นกระจับ สาวสังคมที่ใครๆก็รักสาวปากกระจับสวย ที่ใครๆก็อยากได้ปากแบบนี้ คุณน่ะ ใส่ใจผู้อื่น มีความเห็นอกเห็นใจ และชอบออกสังคม ใคร ๆ ก็รักสิ



แบบที่ 9 ริมฝีปากเล็ก แต่ไม่บาง หญิงสาวผู้อ่อนไหวอารมณ์อันอ่อนไหวของสาวปากกระจุ๋มกระจิ๋ม มักเกิดจากที่ลืมตัวเข้าไปใส่ใจห่วงใยคนอื่นจนเกินไป บางทียุ่งเรื่องชาวบ้านนี่ก็ไม่ได้อะไรหรอกนะ ก็คุณน่ะอ่อนไหวง่ายอีกด้วย




แบบที่ 10 ปากเท่า ๆ กัน รูปเดียวกันบนล่าง อารมณ์มาเต็มคุณชอบเป็นจุดสนใจ และเต็มไปด้วยอารมณ์อันอ่อนไหว ชอบความรื่นรมและเอาแต่ใจพอสมควร




แบบที่ 11 ริมฝีปากเล็กเต็ม เธอผู้เคยตัวสาวที่มีริมฝีปากเล็กเต็ม พอมีความสัมพันธ์แล้วแฟนยอมทุกอย่างก็จะเคยตัว (จริงๆเหมือนจะเป็นทุกคนอยู่นะ!) คุณก็จะรู้สึกว่าต้องได้เพิ่มและห้ามลดลงนะ




แบบที่ 12 ริมฝีปากบนบางจนไม่เห็น นิสัยผู้ชายริมฝีปากบนบางเฉียบจนมองเห็นแต่ริมฝีปากล่าง นี่เป็นปากของผู้ชายเยอะมาก เป็นลักษณะของคนที่จริงจังกับชีวิตการทำงาน ไม่ค่อยจะรีแลกซ์ เครียดไปนะคะ แต่ก็เพื่อชีวิตที่ดีกว่านี่เนอะ




แบบที่ 13 ริมฝีปากเต็ม ค่อนข้างใหญ่ หญิงสาวผู้เป็นนางฟ้า
ริมฝีปากที่เต็มทั้งบนล่าง ไม่ได้หนาใหญ่อย่างสาวปากหนา คุณมักห่วงใยใครๆและคอยให้ความช่วยเหลือคนอื่นอยู่เสมอเลย นางฟ้าเลยนะเนี่ย



น่าจะครบถ้วนทุกริมฝีปาก ใครเป็นแบบไหน เป็นจริงกันหรือเปล่า ลองสำรวจตัวเอง แต่ถึงยังไง จะริมฝีปากรูปไหนก็อย่าลืมดูแลให้สวยเข้าไว้ด้วนะคะสาวๆ




ขอขอบคุณข้อมูลจาก : buzzfeed.com

วันอังคารที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ร้อยไหมคืออะไร



กลุ่มไหมละลาย
จะเป็นไหม PDO (polydioxanone) ซึ่งเป็นไหมละลายที่ใช้ในการเย็บผนังเส้นเลือดหัวใจ ซึ่งมีโอกาสแพ้น้อยมาก ไม่มีผลปฏิกิริยาต่อผิวหนัง ไหมละลายที่นำมาร้อยกระชับจะค่อยๆ ละลายไปภายใน 6-8 เดือน ไม่เหลือตกค้างให้เกิดผลข้างเคียงภายหลัง นอกจากจะเห็นผลทันทีหลังทำแล้ว ยังพบผลดีต่อเนื่องได้อีก คือขณะที่ไหมละลายอยู่ใต้ผิวหนัง จะกระตุ้นการสร้างเส้นเลือดใหม่ (Local microcirculation) มีผลให้เกิดกระบวนการสร้างคอลลาเจนรอบๆ เส้นไหม จึงเกิดการยกกระชับมากขึ้น เมื่อเวลาผ่านไป ผิวหน้าจะยิ่งดีขึ้น กระชับขึ้นเรื่อยๆ และได้ผลต่อเนื่องนานถึง 12-18 เดือน Fine Thread Lifting ( FTL ) คือเทคนิคการนำไหมละลาย PDO มาร้อยเพื่อดึงยกกระชับหน้า เป็นนวัตกรรมจากเกาหลีและนิยมทำกันมากในประเทศไทย ไหมเส้นหนึ่งๆ จะมีขนาดเล็กมาก และไม่ยาวมากนัก โดยแต่ละเส้นจะมีขนาดตั้งแต่ 3-9 cm เท่านั้นเอง ดังนั้นถ้าทาทั้งหน้าและลาคอ อาจต้องใช้มากถึง 100-150 เส้นเลยทีเดียว วิธีการนี้ถือว่าปลอดภัยที่สุดถ้าเทียบกับไหมแบบอื่นๆ ค่ะ




สรุปว่าการร้อยไหมเป็นนวัตกรรมความงามเพื่อการยกกระชับใบหน้า หรือใช้ในการดีไซน์รูปหน้าเพื่อให้ได้รูปยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องผ่าตัด ทำให้หน้าเต่งตึง ดูอ่อนกว่าวัย เห็นผลได้ในเวลาอันรวดเร็ว สาวๆ ที่อยากจะร้อยไหมก็คงได้ข้อมูลนำไปใช้ในการตัดสินใจกันแล้ว แต่เหนือสิ่งอื่นใด หากคิดจะร้อยไหม หรือทำศัลยกรรมใดๆ ควรเลือกโรงพยาบาล คลีนิค หรือสถาบันความงามที่ได้มาตรฐาน มีการรับรองอย่างถูกต้อง และแพทย์ควรเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านศัลยกรรมความงาม ดีที่สุดค่ะ

น้ำผึ้ง (Honey)


น้ำผึ้ง

คือผลผลิตของน้ำหวานจากดอกไม้และจากแหล่งอื่น ๆ ที่ผึ้งงานนำมาเก็บสะสมไว้ โดยผ่านขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพและทางเคมีแล้วสะสมไว้ในรังผึ้ง ซึ่งปกติแล้วน้ำผึ้งจะมีกลิ่น รส สี ที่ต่างกันออกไปตามชนิดของพืชนั้น ๆ จึงทำให้สามารถระบุชนิดของน้ำผึ้งตามชนิดของพืชนั้นได้ ๆ เช่น น้ำผึ้งจากดอกส้ม ดอกลำไย ดอกลิ้นจี่ ก็จะแตกต่างกันออกไป ซึ่งนิยมนำมาใช้เป็นสารให้ความหวานในอาหารหรือเครื่องดื่มนานาชนิด

ประโยชน์ของน้ำผึ้ง นั้นมีมากมาย เพราะน้ำผึ้งมีส่วนผสมของน้ำตาลและสารประกอบอื่น ๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นฟรักโทสกับกลูโคส และมีวิตามินและแร่ธาตุผสมอยู่ด้วย เช่น วิตามินเอ วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินบี 5 วิตามินบี 6 กรดโฟลิก วิตามินซี ธาตุแคลเซียม ธาตุแมกนีเซียม ธาตุโซเดียม ธาตุโพแทสเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก ธาตุทองแดง ธาตุสังกะสี เป็นต้น สำหรับสารประกอบอื่น ๆ ที่มีอยู่ในปริมาณเพียงน้อยนิดนั้นจะเป็นสารที่ทำหน้าที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระเป็นหลัก

ประโยชน์ของน้ำผึ้ง

  1. ช่วยเพิ่มความสดชื่นให้แก่ร่างกาย
  2. มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอวัย
  3. ช่วยลดและป้องกันการเกิดริ้วรอยแห่งวัย
  4. ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส ดูมีน้ำมีนวลเป็นธรรมชาติ
  5. พอกหน้าด้วยน้ำผึ้งช่วยบำรุงผิวหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ ชุ่มชื่น และนุ่มนวล หลังล้างหน้าเสร็จให้นำกล้วยหอมครึ่งลูก นำมาบดผสมรวมกับน้ำผึ้งแล้วนำมาทาหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีแล้วล้างออก
  6. ช่วยบำรุงรักษาผิวหน้าที่แห้งแตกลอกเป็นขุย ด้วยการนำไข่แดง 1 ฟองผสมกับน้ำผึ้งผสม 1 ช้อน คนให้เข้ากันแล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 10 นาทีแล้วล้างออก
  7. ช่วยบำรุงสมอง ช่วยในเรื่องของความจำ
  8. ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV และช่วยเสริมสร้างเซลล์ผิวหนัง
  9. ช่วยบำรุงเส้นผมให้นุ่มสวยเงางาม หลังสระผมเสร็จให้นำน้ำผึ้งผสมกับน้ำมะกอกอย่างละ 3 ช้อนโต๊ะ นำมาชโลมให้ทั่วศีรษะทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีแล้วล้างออก
  10. ช่วยบำรุงเสียงให้ใส ลดอาการเจ็บคอ
  11. ช่วยลดสิวเสี้ยน สิวอุดตันบนใบหน้า หลังล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นเสร็จแล้วให้นำกล้วยหอมครึ่งลูก นำมาบดผสมรวมกับน้ำผึ้งแล้วนำมาทาหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีแล้วล้างออก
  12. นิยมนำมาใช้ผสมในเครื่องต่าง ๆ เช่น นม ชา กาแฟ โยเกิร์ต น้ำมะนาว หรือแม้กระทั่งเบียร์หรือไวน์
  13. นำมาใช้เป็นส่วนผสมในขนมหวานต่าง ๆ หรือผลิตภัณฑ์ธัญพืชต่าง ๆ
  14. ใช้น้ำผึ้งแทนสารกันบูดในน้ำสลัด ซึ่งจะทำให้น้ำสลัดไม่เสียและเก็บได้นานถึง 9 เดือน
  15. น้ำผึ้งสามารถนำมาแปรรูปทำเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลาย เช่น มาส์กหน้า สบู่ เจลล้างหน้า สครับ เป็นต้น
  16. น้ำผึ้งเป็นยาอายุวัฒนะ
  17. ช่วยให้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ต้านทานโรคต่าง ๆ ได้ดี
  18. ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตในวัยเด็ก
  19. ช่วยเพิ่มพลังงานให้แก่ร่างกาย
  20. ช่วยผ่อนคลายความเหนื่อยล้าอ่อนเพลียจากการทำงานหรือเล่นกีฬา
  21. ช่วยเสริมสร้างสุขภาพของผู้ป่วยในระยะพักฟื้น หรือผู้สูงอายุ
  22. ช่วยบรรเทาอาการของโรคต่าง ๆ ให้ดีขึ้น
  23. ช่วยในควบคุมน้ำหนักและลดความอ้วน
  24. ช่วยบำรุงเลือดในร่างกาย ด้วยการใช้น้ำผึ้งครึ่งช้อนโต๊ะใส่แก้ว แล้วบีบมะนาว 1 ซีก ใส่เกลือเล็กน้อย แล้วเติมน้ำร้อนดื่ม
  25. ช่วยรักษาอาการหวัดให้หายเร็วขึ้น
  26. น้ำผึ้งสามารถบรรเทาอาการไอจากหวัดในเด็กได้ดีกว่ายาแก้ไอ
  27. ช่วยรักษาอาการเมาค้าง
  28. ช่วยปรับสมดุลในร่างกายให้คงที่
  29. น้ำผึ้งมีฤทธิ์ยาระงับประสาทอ่อน ๆ จึงช่วยลดอาการหงุดหงิด ความกังวลได้
  30. ช่วยแก้อาการนอนไม่หลับและช่วยทำให้หลับสบายยิ่งขึ้น
  31. ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง ด้วยการใช้น้ำผึ้งและงาดำอย่างละ 50 กรัม โดยนำงาดำมาตำให้ละเอียดแล้วผสมกับน้ำผึ้ง ชงกับน้ำร้อนดื่ม
  32. ช่วยรักษาโรคเบาหวาน ด้วยการใช้สาลี่หอมจำนวน 5 ลูก น้ำผึ้ง 250 กรัม โดยปอกลูกสาลี่แล้วนำมาตำให้ละเอียด นำไปคลุกกับน้ำผึ้งแล้วต้มจนเหนียว แล้วนำมาผสมกับน้ำกิน
  33. ช่วยรักษาโรคโลหิตจาง เพราะน้ำผึ้งมีส่วนผสมของธาตุเหล็กซึ่งช่วยในการเพิ่มเม็ดเลือดแดง
  34. ช่วยบำรุงหัวใจ ขับชีพจร และป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ
  35. ช่วยบำรุงและรักษาโรคตับ
  36. ช่วยระงับความร้อนในร่างกาย
  37. ช่วยรักษาอาการตาอักเสบจากการติดเชื้อ เช่น กระจกตาอักเสบ เยื่อตาอักเสบ เป็นต้น
  38. ช่วยบรรเทาอาการไอ หลอดลมอักเสบ มีเสมหะ ด้วยการชงดื่มกับน้ำมะนาว
  39. น้ำผึ้งช่วยลดกรดในกระเพาะ ช่วยในการย่อยอาหาร เพราะน้ำผึ้งจะถูกดูดซึมทันทีเมื่อถึงลำไส้ ซึ่งต่างจากน้ำตาลชนิดอื่น
  40. ช่วยรักษาโรคกระเพาะ
  41. ช่วยบรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ หรือท้องเสียอย่างรุนแรง
  42. ช่วยแก้อาการท้องเดินและช่วยบำรุงลำไส้ที่อักเสบให้ฟื้นตัวเร็วขึ้น
  43. ช่วยแก้ปัญหาช่องคลอดอักเสบจากเชื้อแคนดิดา (Candida) ได้ดีพอ ๆ กับยาฆ่าเชื้อแผนปัจจุบัน
  44. ช่วยแก้อาการเด็กปัสสาวะรดที่นอนเป็นประจำ เพราะช่วยดูดความชื้นและช่วยอุ้มน้ำไว้
  45. ช่วยบรรเทาอาการของโรคริดสีดวงทวาร ด้วยการนำกระเทียมผสมกับน้ำผึ้ง รับประทานวันละ 3 ครั้ง
  46. ช่วยป้องกันการเกิดโรคข้ออักเสบ ด้วยการใช้น้ำส้มนำมาผสมกับแอปเปิลไซเดอร์ 2 ช้อนชาลงในน้ำร้อน แล้วเติมน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา ชงดื่มวันละสองครั้ง
  47. ช่วยแก้อาการตะคริวหรือป้องกันการเป็นตะคริว
  48. ช่วยแก้อาการท้องผูก ด้วยการรับประทานกล้วยน้ำว้าสุกจิ้มกับน้ำผึ้ง ช่วยลดอาการท้องผูกลงได้
  49. ช่วยลดการอักเสบของบาดแผล
  50. ช่วยป้องกันการติดเชื้อของบาดแผลและช่วยให้แผลหายเร็ว
  51. ช่วยรักษาโรคฮ่องกงฟุตและกลากเกลื้อน
  52. ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและต่อต้านจุลินทรีย์
  53. ช่วยแก้ปัญหาเด็กแหวะนม โดยใช้น้ำผึ้งผสมกับนมดื่ม
  54. ใช้เป็นน้ำกระสายยา

วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

เอเจนซี่ศัลยกรรม สอบถามเพิ่มเติม โทร 0866861768 ,ไลน์ auizaa2499

อัตราค่ารักษา
ตารางราคาค่ารักษาในคอร์สโปรแกรมต่างๆ สนใจติดต่อ0866861768

ร้อยไหมก้างปลาเส้นใหญ่ เพียงเส้นละ 900 บาท
(ใช้ 8-10 เส้นคะ)

"พี่อุ๋ย" เอเจนซี่ศัลยกรรม
โทร 0866861768 ,
Line : auizaa2499

วันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

เอเจนซี่รับปรึกษาศัลยกรรม "พี่อุ๋ย" โทร 086-686-1768 Line ID : auizaa2499

เอเจนซี่รับปรึกษาศัลยกรรม เกริ่นนำก่อนจะมาเป็นธุรกิจเอเจนซี่ศัลยกรรมที่ประเทศไทย สอบถามได้ที่ "พี่อุ๋ย"อยากลองประเมินดูคร่าวๆ ถึงสิ่งที่ต้องทำ พร้อมราคา อู้ววววว ราคาชนะเลิศมาก หมอไหนเทพ หมอไหนเก่ง ปรึกษาเราซิค่ะ โทร 0866861768 หรือ ไลน์ auizaa2499


ตารางแพทย์จ้า

สอบถามรายละเอียดที่ (line) id : auizaa2499 Tel. 0866861768 อย่าลืมจองคิวที่"พี่อุ๋ย"